< BACK TO BLOG

มีเว็บไซต์ดีอย่างไร และมีหลักๆ กี่ประเภท

2022-09-13T11:03:14.477Z

เว็บไซต์ คืออะไร

เป็นแหล่งนำเสนอข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยสามารถเปิดด้วยโปรแกรมประเภท Web Browser ซึ่งมีหลายแบรนด์ ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ เช่น IE, Chrome หรือ Firefox และอื่นๆ

ในการเข้าถึงแต่ละเว็บไซต์นั้นจำเป็นต้องระบุ URL หรือชื่อ Domain ซึ่งก็จะเปลี่ยนจากตัวอักษรมาเป็นรหัส IP Address อีกทีหนึ่ง ปัจจุบันมี IPv6 เข้ามาใช้งานแทน IPv4 ด้วยความสามารถเข้าถึงภูมิภาคที่ IP แบบเก่าไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้งานได้นั้นเอง

ทำไมต้องมีและประโยชน์ที่แท้จริงคืออะไร

การมีเว็บไซต์ด้วยให้ธุรกิจมีตัวตนในโลกออนไลน์ และเป็นเจ้าของด้วยตัวของเราเอง ข้อสำคัญก็คือ มีอิสระในการดำเนินแผนนโยบาย และเป็นสื่อกลางที่ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลองยกตัวอย่างว่า หากเราไม่มีเว็บไซต์นั้น เวลาที่ต้องการค้นหาข้อมูล เขาก็มักจะไม่เจอธุรกิจที่เราทำอยู่แน่นอน อย่างแอดมินต้องการซื้อ กล้อง VR ออนไลน์ส่งถึงบ้าน ไปค้นใน Google แล้วจะเห็นว่ามีเว็บค่อยให้บริการสินค้านี้อยู่พอดี ทำให้เกิดการซื้อขายขึ้น

หรือเวลาไปเรียนหนังสือลงทะเบียนเรียน หากไม่มีลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ นักเรียนจะเสียเวลาอีกเยอะ สำหรับติดต่อผ่านห้องธุรการเพื่อเสียเวลากรอกเอกสาร

ในสมัยก่อน Internet เป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับคนรุ่นเก่า ที่มองไม่เห็นอะไรจากสิ่งเหล่านี้เท่าโลกกายภาพ เท่าที่จำความได้ตอนนั้น แต่ปัจจุบันกลับมีบทบาทสำคัญอย่างมหาศาล และแท้จริงแล้วช่วยลดภาระหน้าที่การทำงานของธุรกิจไปได้มากทีเีดยว

สำหรับการสร้างเว็บไซต์นั้นปัจจุบันประกอบด้วยหลายเทคโนโลยี โดยจะถูกแบ่งเป็นระบบ 2 ประเภทในปัจจุบัน

แบบ SPAs หรือ A Single-Page Application

ในความหมายหลักของคำนี้ ไม่ใช่การทำเว็บไซต์เพียงแค่หน้าเดียว แต่หมายถึง “รูปแบบการเรนเดอร์” ที่เน้นการโหลด HTML เพียงครั้งเดียว แทนการร้องขอหน้าทั้งหมดจาก Server หลายๆ ครั้ง

และส่วนใหญ่เมื่อเรียก HTML มาได้ครั้งหนึ่ง เฟรมเวิร์ค หรือกรอบการทำงานของระบบ จะใช้ DOM manipulation หรือ Virtual DOM มาดัดแปลงหน้าในฝั่ง Client เป็นหลัก โดยไม่จำเป็นต้องร้องขอจาก Server อีก โดยผนวกภาษา 3 ส่วนที่ใช้ในฝั่ง Client เข้าด้วยกัน อันได้แก่ HTML โครงสร้างรูปแบบเว็บเพจ, CSS ภาษาที่ใช้ตกแต่งและการดีไซน์ และ JavaScript Client-Side language เพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาพฤติกรรมด้านข้อมูลในหน้าเว็บ Browser

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ทางผู้ใช้จะได้ประสบการณ์ใช้งานที่รวดเร็ว และทางฝ่าย Server เองก็ลดปริมาณ Request เข้าฝั่ง Server ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย หรือการประมวลด้านข้อมูล

ระบบเฟรมเวิร์ค ที่สร้างด้วยระบบแบบนี้ ได้แก่ Next.js, JNuxt, SvelteKit, Remix, Gatsby, and Create React App Jekyll และอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวไว้ เป็นต้น

แบบ Server rendering (MPA) (A Multi-Page Application) หรือ การประมวลข้อมูลหลายหน้าในฝั่งเซิฟเวอร์

ข้อดีก็คือ การเรียกหน้าครั้งแรกได้ไว กว่าระบบแบบ SPAs อันเนื่องมาจาก SPAs เองจะโหลดหน้าเพียงรอบเดียวเท่านั้น และข้อมูลจะถูกโหลดมาทั้งหมด ประกอบกับ code หลักส่วนใหญ่เป็น JavaScript เมื่อโหลดมาแล้ว ต้องทำการแปลง JavaScript เป็นรูปแบบ HTML บวกกับที่ต้องเรียกข้อมูลจาก CDN ทำให้การรอข้อมูลมีระยะเวลาที่นานกว่า

แน่นอนว่า MPA ซึ่งเหมาะสำหรับงานด้าน SEO หรือเพื่อให้เนื้อหาติดหน้าแรกได้ง่ายขึ้น เพราะระบบดึงครั้งแรกจากเซิฟเวอร์ โดยไม่มี JavaScript เลย นั้นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม MPAs ถึงติดหน้าแรกในผลอันดับค้นหาได้อีกกว่าเทคโนโลยีแบบอื่น

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังสงสัยว่าทำไม JavaScript ถึงลดทอนการติดอันดับ เพราะว่า บอทของ Google ต้องใช้เวลาและการแปลเนื้อหาของภาษา JavaScript ที่แปลงเป็น HTML ได้นานและยากกว่ารูปแบบ HTML ธรรมดาที่รับมาจากเซิฟเวอร์โดยตรง

โปรแกรมมิ่งที่ใช้เขียน MPAs อันได้แก่ ภาษาในฝั่งเซิฟเวอร์ทั้งหมด PHP PYTHON RUBY เป็นต้น ในขณะที่ JavaScript ปัจจุบันมีตัวอย่างให้เห็นนั้นก็คือ Next.js และ Astro.js

Tags: website